เรื่องราวจากบ้านพักพิง
ทุกแก้วน้ำที่คุณซื้อ คือการร่วมต่อลมหายใจให้สัตว์จรจัดกว่า 200 ชีวิต
แบกรับกว่า 200 ชีวิต แม้สุขภาพเริ่มถดถอย
พื้นที่บ้านพักพิงขนาดจำกัดของป้าอ้อยและลุงทอม กลายเป็นโลกทั้งใบและปราการด่านสุดท้ายของแมวจรจัดกว่า 190 ตัว รวมถึงสุนัขอีก 19 ชีวิต ทั้งสองคนต้องตื่นขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเพื่อเริ่มกิจวัตรประจำวันที่หนักหนาสาหัส ทั้งการทำความสะอาดคอก กวาดล้างสิ่งปฏิกูล เปลี่ยนทรายแมว ผสมอาหาร และคอยป้อนยาให้สัตว์ป่วยด้วยแรงกายของคนสองคนโดยไม่มีผู้ช่วยหรือเจ้าหน้าที่คนอื่น ทุกกระบวนการต้องใช้แรงกายอย่างมหาศาล สวนทางกับสภาพร่างกายของป้าอ้อยที่เริ่มเจ็บป่วยเรื้อรัง อ่อนล้า และมีปัญหาสุขภาพตามวัยชราที่รุมเร้า แต่ด้วยจิตใจที่เปี่ยมด้วยความเมตตาและความผูกพันที่มีต่อเด็กๆ สี่ขา ทำให้ป้าไม่สามารถตัดใจทอดทิ้งหรือปล่อยมือจากชีวิตไร้เดียงสาเหล่านี้ได้
รายได้เย็บผ้าไม่เพียงพอ ภาระค่าน้ำและยารักษาพอกพูนจนเข้าขั้นวิกฤต
ในแต่ละวัน ป้าอ้อยพยายามใช้ทักษะงานฝีมือที่พอมีรับจ้างตัดเย็บ ซ่อมแซมเสื้อผ้า เพื่อหาเงินมาหมุนเวียนซื้อข้าว ปลากระป๋อง และอาหารเม็ดสำหรับเลี้ยงดูทุกชีวิตในบ้านพัก ทว่ารายได้หลักร้อยที่หามาได้ด้วยความยากลำบากกลับไม่สามารถตามทันค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นในแต่ละวันได้เลย การดูแลสัตว์กว่าสองร้อยชีวิตจำเป็นต้องใช้น้ำประปาในการล้างทำความสะอาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันมีหนี้ค้างชำระค่าน้ำประปาสะสมมานานกว่าหนึ่งเดือนจนเสี่ยงต่อการถูกตัดน้ำ
เคสป่วยและลูกแมวถูกทิ้งเพิ่มขึ้น แต่ยอดบริจาคแทบไม่มี
ท่ามกลางความลำบากที่มีอยู่เดิม ปัญหากลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อยังมีคนแอบนำลูกแมวตัวเล็กๆ ที่ยังไม่หย่านม รวมถึงสัตว์ที่มีอาการเจ็บป่วยหนักมาแอบปล่อยทิ้งไว้หน้าบ้านพักพิงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ป้าอ้อยต้องแบกรับภาระเคสสัตว์ป่วยที่ต้องได้รับการรักษาและดูแลอย่างใกล้ชิดเพิ่มขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว โครงการจำหน่ายแก้วน้ำที่ระลึกนี้จึงเปรียบเสมือนทางรอดและความหวังเดียวเพื่อต่อลมหายใจให้บ้านพักพิง